© 2017 by T.Standardsteel Co,.ltd

  • Facebook Social Icon
  • lineadd
Please reload

Recent Posts

I'm busy working on my blog posts. Watch this space!

Please reload

Featured Posts

รู้ทันราคาเหล็ก ไม่เจ็บตัว Ep.1

December 15, 2017

“STEEL NEVER GROW ON TREE”

 

โดยความหมายก็คือเหล็กไม่ได้งอกขึ้นมาเองได้ เหมือนผลิตผลทางการเกษตร

 

ราคาเหล็กซึ่งเป็นไปตามหลัก Supply - Demand จึงสามารถคาดเดาได้ง่ายกว่าสินค้าประเภทอื่น เพราะข้อมูลกำลังผลิต และการใช้งาน สามารถคาดเดาได้ง่ายกว่าสินค้าอื่นอย่างข้าว ยางพารา น้ำตาล ซึ่งยากต่อการรวมรวม

 

ผมจึงอยากอธิบายข้อมูล Supply - Demand ของอุตสาหกรรมเหล็กอย่างกว้างๆ เพื่อให้เข้าใจถึงกลไกราคาต่อไป

 

1) Demand โลก ประมาณ 1,800 - 1,900 ล้านตัน ต่อปี


2) Supply โลก แบ่งออกเป็น 2 ส่วน

- ผลผลิต (Crude output) ก็จะค่อนข้างใกล้เคียง 1,800 - 1,900 ล้านตันต่อปี

- กำลังผลิต (Capacity) โลกเรามีความสามารถในการผลิตเหล็กมากกว่าความต้องการค่อนข้างมาก ปัจจุบันกำลังผลิตที่มีอาจใช้อยู่เพียง 50% - 70%

- ประเทศจีน เป็นเจ้าของผลผลิต (Crude output) ถึงครึ่งนึงของทั้งโลก คือประมาณ 900 ล้านตันต่อปี

 

3) ผลผลิตมหาศาลของจีน ส่วนใหญ่ถูกใช้ภายในประเทศ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีส่วนเกิน โดยเฉลี่ย 100 ล้านตันต่อปี ถูกส่งออกไปขายทั่วโลก

 

4) Demand ประเทศไทย อยู่ที่เพียง 17 - 19 ล้านตันต่อปี และมีแนวโน้มเติบโตไม่สูงมากนัก

 

5) ปริมาณการนำเข้าเหล็กไทย ปี 2016 อยู่ที่ 17.2 ล้านตัน

 

จากข้อมูลดังกล่าว ทำให้เราได้ข้อสรุปราคาเหล็กไทยดังนี้

 

1) ปริมาณการใช้เหล็กในประเทศไทย นับเป็นเพียง 1% ของทั้งโลก แทบจะเรียกได้ว่าเล็กมากจนไม่มีนัยสำคัญในตลาดโลกเลย

2) ประเทศไทยไ่ม่มีอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำ ถลุงเหล็กใช้เองไม่ได้ เหล็กที่ใช้งานในประเทศเกือบ 100% มาจากการนำเข้าทั้งหมด ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

3) ตัวเลขแตกต่างระหว่าง Demand = 19 ล้านตัน กับ Import = 17.2 ล้านตัน เกิดจากการ Recycle เศษเหล็กในประเทศประมาณ 1.5 ล้านตัน ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก

4) สรุป

 

“ราคาเหล็กในประเทศไทย ขึ้นลง ตามราคาเหล็กโลก อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกับราคาน้ำมัน ”

 

การจะคาดเดาแนวโน้มราคาเหล็กไทยได้ เราจะต้องมีความเข้าใจความสัมพันธ์ต่างๆ ของราคาเหล็กโลกเป็นอย่างดีก่อน

 

อย่างไรก็ตามในความเป็นจริง ยังมีปัจจัยแวดล้อมอีกหลายอย่างซึ่งส่งผลต่อราคาเหล็กไทย อีกมาก เช่น

1) กฎหมาย AD, Safeguard หรือก็คือ มาตรการภาษีเพื่อปกป้องราคาเหล็กภายในประเทศ

2) กฎหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.)

3) ปริมาณสต็อค ในช่วงเวลาต่างๆ

4) สภาพคล่องในตลาด

 

ซึ่งผมจะมาแลกเปลี่ยนทีละหัวข้อในโอกาสต่อไป

 

ขอบคุณครับ

[A]

 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Follow Us

I'm busy working on my blog posts. Watch this space!

Please reload

Search By Tags
Please reload

Archive
  • Facebook Basic Square
  • Twitter Basic Square
  • Google+ Basic Square

ที.แสตนดาร์ดสตีล

T.STANDARDSTEEL